หน้าแรก » ข้อมูลน่ารู้

TOEFL
 
การสอบ TOEFL เป็นการวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของชาวต่างชาติ สามารถนำผลสอบนี้ไปใช้ได้ในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยต่างๆ
ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ และหลักสูตรทางธุรกิจหรือการขอทุนการศึกษาอีกด้วย
 
 
ลักษณะข้อสอบทางอินเตอร์เน็ต iBT Test
 
•
การอ่าน : ส่วนนี้ประกอบด้วยบทความขนาดยาว 3-5 เรื่องพร้อมคำถามที่เกี่ยวข้อง เป็นบทความทางวิชาการ ผู้สอบต้องตอบคำถามเรื่องแนวคิดหลัก
ของบทความ รายละเอียด การอนุมาน คลังศัพท์ การประยุกต์ใช้และความคิดโดยรวม คำถามแบบใหม่ในข้อสอบแบบ iBT ให้นักเรียนแปลความหมาย
เติมช่องว่างในตาราง หรือเติมประโยคสรุปให้สมบูรณ์
•
การฟัง : ประกอบด้วยข้อความขนาดยาว 6 ข้อความพร้อมคำถาม ผู้สอบต้องระบุแนวคิดหลักของเรื่อง ให้รายละเอียด การประยุกต์ใช้
ทัศนะของเรื่อง การอนุมานและการจัดระบบข้อความโดยรวม
•
การพูด : ประกอบด้วย 6 เรื่องหลัก 2 เรื่องเป็นเรื่องวัดทักษะเฉพาะ และอีก 4 เป็นการวัดทักษะแบบบูรณาการ ใน 2 เรื่องแรก ผู้สอบต้องให้
ความคิดเห็นเรื่องมุมมองทางวิชาการ 2 เรื่องทักษะบูรณาการต่อมา เป็นการผสมผสานการอ่าน การฟัง และการพูดไว้ด้วยกัน ผู้สอบต้องอ่านบทความ
ฟังบทความ และตอบว่า ทั้งสองบทความมีความสัมพันธ์กันอย่างไร 2 เรื่องที่เหลือเป็นการผสมทักษะการฟังและการพูด ผู้ต้องฟังบทความ
และพูดสรุปรวมถึงให้ความคิดเห็นของตนที่มีต่อบทความนั้นๆ
•
การเขียน : ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกเป็นแบบบูรณาการและส่วนหลังเป้นการทดสอบทักษะเขียนโดยเฉพาะ ส่วนแรก
ผู้สอบต้องการบทความทางวิชาการ ฟังบทความ และเขียนตอบว่าบทความทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ในส่วนหลัง ผู้สอบต้องเขียน
เรียงความของตัวเองตามหัวข้อที่กำหนดให้
 
ระยะเวลาสอบ: 4 ชั่วโมง
 
วันสอบของปี 2553

มกราคม 2010    16, 23, 31
กุมภาพันธ์ 2010   7, 21, 27
 

อ่านต่อเกี่ยวกับ TOEFL>> http://www.ets.org/toefl
 
 
 
 
IELTS
 
ข้อสอบIELTS ใช้เพื่อวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารผ่าน 4 ทักษะคือ ฟัง อ่าน เขียน และพูด สำหรับผู้ที่ต้องการทำงาน
หรือศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษสถาบันทางการศึกษากว่า 6000 แห่ง และองค์กรต่างๆ ทั่วโลกใช้ข้อสอบดังกล่าวเป็นตัววัดความสามารถ
ทางภาษาอังกฤษ
 
 
ลักษณะของข้อสอบ
 
•
การฟัง  : ประกอบด้วย 4 ส่วนคำถามทั้งหมด 40 คำถาม สองคำถามแรกเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและอีก 2 คำถามเป็นคำถามทางด้านวิชาการ
ลักษณะของคำถามมีตั้งแต่เป็นตัวเลือก เติมประโยค จับคู่ ฯลฯ หลังจากฟังแล้ว ผู้สอบจะมีเวลาในการตอบข้อสอบในกระดาษคำตอบ
•
การอ่าน :
 
การอ่านเชิงวิชาการ: ส่วนนี้ประกอบดัวยเรื่องสั้น 3 เรื่องพร้อมคำถาม 40 คำถาม หัวข้อยกมาจากสื่อสิ่งพิมพ์หลายประเภท เช่น นิตยสาร หนังสือ
  และหนังสือพิมพ์ บางเรื่องมีกราฟหรือแผนภูมิประกอบ ลักษณะของคำถามมีหลากลายตั้งแต่ เป็นตัวเลือก เติมประโยค เติมแผนภูมิหรือการจับคู่
  เป็นต้น
การอ่านทั่วไป: ข้อมูลดึงมาจากโฆษณา แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ ตารางเวลา หนังสือ หรือนิตยสาร ส่วนแรกเป็นหัวข้อทั่วไปที่มีหลักภาษาและคลังศัพท์
  ที่ไม่ซับซ้อน ส่วนที่สอง สาม และสี่จะยากขึ้นไปเป็นลำดับ
•
การเขียนเชิงวิชาการ: ส่วนนี้ประกอบด้วย 2 หัวข้อใหญ่ หัวข้อแรก ให้ผู้สอบเขียนอธิบายแผนภูมิหรือตาราง ส่วนที่สอง ผู้สอบต้องให้ข้อมูลตามโจทย์ที่ให้มา
•
การพูด : ลักษณะของข้อสอบเป็นการสัมภาษณ์ที่ประกอบด้วย 3 ส่วน หัวข้อของทั้ง 3 ส่วนเลือกโดยการสุ่มการ์ดแล้วเป็นการสนทนากันระหว่าง
ผู้ทำการสัมภาษณ์กับผู้ถูกสัมภาษณ์
 
ระยะเวลาสอบ: 2 ชั่วโมง 45 นาที

วันสอบของปี 2553
กุมภาพันธ์ 2010          6, 11, 20, 27
มีนาคม 2010             6, 18, 20, 27
เมษายน 2010          10, 15, 17, 24
พฤษภาคม 2010         8, 15, 20, 29
มิถุนายน 2010           5, 17, 19, 26
กรกฎาคม 2010        10, 15, 17, 31
 

อ่านต่อเกี่ยวกับ IELTS>> http://www.ielts.org
สิงหาคม 2010         5, 14, 21, 28
กันยายน 2010         4, 11, 16, 25
ตุลาคม 2010           9, 14, 23, 30
พฤศจิกายน 2010      4, 6, 20, 27
ธันวาคม 2010          4, 11, 16, 18
 


SAT

ข้อสอบ SAT เป็นข้อสอบวัดมาตรฐานเพื่อการสมัครเข้าเรียนในระดับวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา มีระดับคะแนนตั้งแต่ 600 ถึง 2400
ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนละ 800 คะแนน (คณิตศาสตร์, การอ่าน, และการเขียน) ผลคะแนนจะแสดงออกมาเป็น 2 ส่วน ส่วนคณิตศาสตร์
และส่วนการใช้ภาษา แต่ละส่วนมีระดับคะแนนอยู่ที่ 200-800 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 500 อย่างไรก็ตาม สถาบันทางการศึกษาที่มีการแข่งขันสูง
จะขอระดับคะแนนที่สูงกว่า รวมถึงเอกสารอื่นๆ เช่น ผลการศึกษา ใบรายงานผลการศึกษา จดหมายแนะนำ การสัมภาษณ์ เป็นต้น
 
•
Critical Reading หรือ การอ่านเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็นข้อคำถามแบบเติมคำลงในช่องว่างของประโยค และของเนื้อเรื่องที่ให้มา
•
Math หรือคณิตศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาสาระตามหลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์ที่นักศึกษาที่ต้องการเข้าเรียนต่อ
ในระดับอุดมศึกษา ต้องผ่านการศึกษาเล่าเรียนในสามปีสุดท้าย ของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมาแล้วทั้งสิ้น
•
Writing หรือการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ โดยมีรูปแบบเป็นคำถามปรนัย และการเขียนเรียงความหนึ่งเรื่อง
 
ระยะเวลาสอบ: 3 ชั่วโมง 45 นาที
 
วันสอบ 
มกราคม 23, 2010 
พฤษภาคม 1, 2010 
มิถุนายน 5, 2010
 
 
 
 
 
Early Registration
ธันวาคม 2, 2009
มีนาคม 10, 2010 
เมษายน 14, 2010
 
 
 
Regular Registration
ธันวาคม 15, 2009
มีนาคม 25, 2010 
เมษายน 29, 2010


GMAT
 
ข้อสอบ GMAT เป็นข้อสอบวัดมาตรฐานความสามารถในการศึกษาต่อด้านธุรกิจ สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ผลสอบนี้เพื่อเป็นเกณฑ์
การพิจารณาการรับนักศึกษาเข้าเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ MBA ของทางสถาบัน
 
 
ข้อสอบประกอบด้วย 3 ส่วน:
 
•
ส่วนการคำนวณ: แบ่งเป็นคำถาม 2 ประเภท 
 
แก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์แบบต่างๆ
คำถามข้อมูลที่กำหนดให้ โดยผู้สอบต้องตอบว่าข้อมูลที่ให้มาเพียงพอในการแก้โจทย์แต่ละข้อหรือไม่
•
ส่วนการใช้ภาษา: แบ่งเป็นคำถาม 3 ประเภท
 
o แก้ไขประโยคที่ผิด ผู้สอบต้องเลือกหลักไวยากรณ์ที่ถูกที่สุดเพื่ออธิบายโจทย์ที่กำหนดให้
o คำถามเชิงวิเคราะห์ ผู้สอบต้องให้เหตุผลในการอภิปรายสั้นๆ ที่กำหนดให้
o คำถามความเข้าใจจากการอ่าน ผู้สอบอ่านบทความสั้นๆ และตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหา ข้ออนุมาน และการประยุกต์ใช้ที่อ้างอิง
   จากข้อมูลในโจทย์
•
การเขียนวิเคาระห์เชิงวิชาการ: ประกอบด้วยการเขียนเรียงความ 2 เรื่อง เรื่องแรก ผู้สอบต้องวิเคาระห์ข้ออภิปรายที่กำหนดให้
ว่าถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เรื่องที่สอง ผู้สอบต้องแสดงความเห็นต่อข้อความที่กำหนดให้ พร้อมให้เหตุผล
 
ระยะเวลาสอบ: 4 ชั่วโมง
 
อ่านต่อเกี่ยวกับ GMAT>> http://www.mba.com/mba/thegmat
 


GRE
 
GRE หรือ Graduate Record Examination เป็นข้อสอบวัดเชาวน์ปัญญาทั่วไป สำหรับผู้ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีในประเทศสหรัฐอเมริกา
ข้อสอบ GRE จะเป็นแบบปรนัย ประกอบด้วยกันสามส่วนคือ ตำนวณ, โลขิกและเหตุผล และ การอ่านจับใจความ โดยจะมีอีกส่วนหนึ่งที่สอบแยกต่างหาก
คือ การเขียนเรียงความที่เรียกว่า
 
•
Quantitative (คำถามคณิตศาสตร์) ระดับคะแนน อยู่ในช่วง 200 ถึง 800
•
Verbal (การอ่านจับใจความ คำตรงข้าม และการเติมคำในช่องว่าง) ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 200 ถึง 800
•
Analytical (คำถามพวกโลจิกและการให้เหตุผลโต้แย้ง) ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 200 ถึง 800
 
 
ระยะเวลาสอบ: 4 ชั่วโมง
 
อ่านต่อเกี่ยวกับ GRE>> http://www.ets.org/gre


TOEIC
 
ข้อสอบ TOEIC เป็นแบบทดสอบภาษาอังกฤษสมิทธิภาพ (Proficiency Test) ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในวงการธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชน
 
TOEIC เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถ ตั้งแต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในระดับเริ่มต้นจนถึงผู้ที่ใช้ ภาษาอังกฤษได้ในระดับใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา
TOEIC เป็นแบบทดสอบมาตรฐาน เช่นเดียวกับ แบบทดสอบอื่นๆ เช่น TOEFL, SAT, GMAT ในประเทศไทยหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สถาบันการศึกษา
หน่วยงานการบิน การเงิน การโรงแรมและบริษัทข้ามชาติต่างๆ ได้นำ TOEIC ไปใช้ในลักษณะต่างๆ กัน บางแห่งเพื่อคัดเลือกเข้าทำงาน บางแห่งใช้เพื่อ
วัดระดับความสามารถทางการใช้ภาษาของ พนักงาน
 
TOEIC เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถทางด้าน Passive Skill จึงมีอยู่ 2 ส่วนคือ แบบทดสอบ การฟัง และการอ่าน แบบทดสอบ TOEIC
เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ (Multiple choice) มี 200
 
TOEIC เป็นแบบทดสอบภาษาอังกฤษที่ถือเป็นมาตรฐานสากล

ระยะเวลาสอบ: 2 hours
 
อ่าจต่อเกี่ยวกับ TOEIC >> http://www.ets.org/toeic หรือ http://www.cpathailand.co.th

TOTFL

สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งประเทศไทยได้ทำการจัดสอบวัดระดับการใช้ภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งข้อสอบจะเหมาะสำหรับ
ชาวต่างชาติที่ต้องการทดสอบและพัฒนาทักษะทุกด้านของภาษาไทยให้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา โดยข้อสอบนี้ได้ทำหน้าที่แทนข้อสอบวัดระดับ
ของชั้นประถมศึกษาปีที่หก และมีโครงสร้างรวมไปถึงการให้คะแนนแตกต่างกันออกไป
 
 
ข้อสอบนี้จะทดสอบทักษะ ไม่ว่าจะเป็น ฟัง พูด อ่าน หรือ เขียน
 
คะแนนสอบจะมีผลแค่สองปี
ระยะเวลาสอบ: 2 ชั่วโมง 30 นาที
 
 
TOPIK
 
The Test of Proficiency in Korean (TOPIK) คือการสอบวัดระดับภาษาเกาหลีที่จัดขึ้นสองครั้งต่อปีสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี
รือชาวต่างชาติที่เรียนภาษาเกาหลีในต่างประเทศ
 
ข้อสอบจะถูกแบ่งเป็นสี่ส่วน: คำศัพท์และไวยากรณ์ เขียน ฟัง และ อ่าน
การสอบจะถูกแบ่งเป็นสองประเภทคือ ภาษาเกาหลีทั่วไป (S-TOPIK) กับ ภาษาเกาหลีเพื่อธุรกิจ (B-TOPIK)
 
S-TOPIK (Standard TOPIK) คือ การวัดและประเมินความสามารถทางภาษาเกาหล ีที่จำเป็นในด้านวิชาการอย่างเช่น การศึกษาต่อ
หรือความเข้าใจในวัฒนธรรมเป็นต้น การสอบจะแบ่งระดับขั้นเป็น 3 ขั้น 6 ระดับ คือ ขั้นต้นจะเป็นระดับ 1-2 ขั้นกลางจะเป็นระดับ 3-4
และขั้นสูงจะเป็น 5-6 ส่วนเนื้อหาในการสอบนั้นจะแบ่งเป็นการอ่าน การฟัง การเขียน คำศัพท์และไวยากรณ์
 
B-TOPIK (Business TOPIK) คือ การวัดประเมินความสามารถทางภาษาเกาหลี ในการสื่อสารเจรจาที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจในเกาหลี
การสอบ B-TOPIK (Business TOPIK) จะสอบ 4 อย่างเหมือนกับ S-TOPIK (Standard TOPIK) คือสอบการอ่าน การฟัง การเขียน คำศัพท์และไวยากรณ์
และสอบจะเป็นปรนัยทั้งหมด
 
 
ระยะเวลาสอบ: 3 ชั่วโมง
 
อ่านต่อเกี่ยวกับ TOPIK >> http://www.topik.or.kr


มหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรนานาชาติ
 
University
Website
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
วิทยาลัยดุสิตธานี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยนเรศวร
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
มหาวิทยาลัยรังสิต
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 
Copyright© 2009 www.paradigm-language.com All Rights Reserved.